สรุปเนื้อหา ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วย มาตรฐานวิชาชีพ จรรยาบรรณของวิชาชีพ และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ข้อบังคับคุรุสภา
ว่าด้วย มาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ.2556
โดยที่เป็นการสมควรยกเลิกข้อบังคับคุรุสภา
ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๑) (๑๑) (ฉ) และมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมติคณะกรรมการคุรุสภา
ในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๕๖ วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ และครั้งที่
๑๑/๒๕๕๖ วันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๖โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
คณะกรรมการคุรุสภาจึงออกข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ
พ.ศ. ๒๕๕๖”
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิก
(๑) ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘
(๒) ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔
(๓) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง มาตรฐานความรู้ มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ
สาระความรู้ สมรรถนะ และมาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์
(๔) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง มาตรฐานความรู้ มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ
สาระความรู้ สมรรถนะ และมาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ (ฉบับที่ ๒)
ข้อบังคับคุรุสภาฉบับใดอ้างอิงข้อบังคับคุรุสภาฉบับที่ยกเลิกแล้วตามวรรคหนึ่ง
รวมทั้งระเบียบ
หรือประกาศใดที่ออกภายใต้ข้อบังคับดังกล่าว
ให้ถือว่าอ้างอิงข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ
พ.ศ. ๒๕๕๖ หรือข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ
พ.ศ. ๒๕๕๖ แล้วแต่กรณี
ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้
“วิชาชีพ” หมายความว่า วิชาชีพทางการศึกษาที่ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและ
การส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง
ๆ รวมทั้งการรับผิดชอบการบริหารสถานศึกษาในสถานศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
และการบริหารการศึกษานอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ตลอดจนการสนับสนุนการศึกษา
ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่าง
ๆ
“สถาบัน” หมายความว่า มหาวิทยาลัย วิทยาลัย สถาบัน บัณฑิตวิทยาลัย คณะ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า
ซึ่งจัดการศึกษาตามหลักสูตรปริญญา หรือประกาศนียบัตร
“ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา”
หมายความว่า ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา
และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติสภาครูและ
บุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖
“ครู” หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริม
การเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง
ๆ ในสถานศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
“ผู้บริหารสถานศึกษา”
หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา
และสถานศึกษาอื่นที่จัดการศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
“ผู้บริหารการศึกษา”
หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษา
ในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
“บุคลากรทางการศึกษาอื่น”
หมายความว่า บุคคลซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการศึกษา ให้บริการ
หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน
การนิเทศ และการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ ซึ่งหน่วยงานการศึกษากำหนดตำแหน่งให้ต้องมีคุณวุฒิทางการศึกษา
“มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา”
หมายความว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ และคุณภาพ
ที่พึงประสงค์ในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องประพฤติปฏิบัติตามประกอบด้วย มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
มาตรฐานการปฏิบัติงานและมาตรฐานการปฏิบัติตน
“มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ”
หมายความว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้
หรือการจัดการศึกษา ซึ่งผู้ต้องการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ต้องมีเพียงพอที่สามารถนำไปใช้ในการประกอบวิชาชีพได้
“มาตรฐานการปฏิบัติงาน”
หมายความว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะหรือการแสดงพฤติกรรมการปฏิบัติงานและการพัฒนางาน
ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องปฏิบัติตามเพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายการเรียนรู้
หรือการจัดการศึกษา รวมทั้งต้องฝึกฝนให้มีทักษะหรือความชำนาญสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“มาตรฐานการปฏิบัติตน”
หมายความว่า จรรยาบรรณของวิชาชีพที่กำหนดขึ้นเป็นแบบแผน
ในการประพฤติตน ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องปฏิบัติตาม
เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ
ชื่อเสียง และฐานะของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ผู้รับบริการและสังคม
อันจะนำมาซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ
ข้อ ๕ ให้ประธานกรรมการคุรุสภารักษาการตามข้อบังคับนี้
และให้มีอำนาจออกระเบียบประกาศ หรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ รวมทั้งให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
หมวด ๑
มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
ข้อ ๖ ผู้ประกอบวิชาชีพครู ต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา
หรือเทียบเท่า
หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง
โดยมีมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ดังต่อไปนี้
(ก) มาตรฐานความรู้ ประกอบด้วยความรู้
ดังต่อไปนี้
๑)
ความเป็นครู
๒)
ปรัชญาการศึกษา
๓)
ภาษาและวัฒนธรรม
๔)
จิตวิทยาสำหรับครู
๕)
หลักสูตร
๖)
การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน
๗)
การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
๘)
นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
๙)
การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้
๑๐)
การประกันคุณภาพการศึกษา
๑๑)
คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ
(ข) มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตร
ปริญญาทางการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด
ดังต่อไปนี้
๑)
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน
๒)
การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ
ข้อ ๗ ผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
ต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบริหาร
การศึกษา หรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง
โดยมีมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพดังต่อไปนี้
(ก) มาตรฐานความรู้ ประกอบด้วยความรู้
ดังต่อไปนี้
๑)
การพัฒนาวิชาชีพ
๒)
ความเป็นผู้นำทางวิชาการ
๓)
การบริหารสถานศึกษา
๔)
หลักสูตร การสอน การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
๕)
กิจการและกิจกรรมนักเรียน
๖)
การประกันคุณภาพการศึกษา
๗)
คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณ
(ข) มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ ดังต่อไปนี้
๑)
มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือ
๒)
มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนและต้องมีประสบการณ์ในตำแหน่งหัวหน้า
หมวด หรือหัวหน้าสาย หรือหัวหน้างาน
หรือตำแหน่งบริหารอื่น ๆ ในสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี
ข้อ ๘ ผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
ต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบริหาร
การศึกษา หรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง
โดยมีมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพดังต่อไปนี้
(ก) มาตรฐานความรู้ ประกอบด้วยความรู้
ดังต่อไปนี้
๑)
การพัฒนาวิชาชีพ
๒)
ความเป็นผู้นำทางวิชาการ
๓)
การบริหารการศึกษา
๔)
การส่งเสริมคุณภาพการศึกษา
๕)
การประกันคุณภาพการศึกษา
๖)
คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณ
(ข) มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ ดังต่อไปนี้
๑)
มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าแปดปี หรือ
๒)
มีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี หรือ
๓)
มีประสบการณ์ในตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่กำหนดใน
กฎกระทรวงมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี หรือ
๔)
มีประสบการณ์ในตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่มีประสบการณ์การบริหาร
ไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่ม หรือผู้อำนวยการกลุ่ม
หรือเทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือ
๕)
มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอน และมีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหาร
สถานศึกษา หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่น
ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่มีประสบการณ์การบริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่ม
หรือผู้อำนวยการกลุ่ม หรือเทียบเท่า รวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่าแปดปี
ข้อ ๙ ผู้ประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์
ต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโททางการศึกษาหรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง
โดยมีมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพดังต่อไปนี้
(ก) มาตรฐานความรู้ ประกอบด้วยความรู้
ดังต่อไปนี้
๑)
การพัฒนาวิชาชีพ
๒)
การนิเทศการศึกษา
๓)
แผนและกิจกรรมการนิเทศ
๔)
การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้
๕)
การวิจัยทางการศึกษา
๖)
นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
๗)
การประกันคุณภาพการศึกษา
๘)
คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณ
(ข) มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ ดังต่อไปนี้
๑)
มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือมีประสบการณ์
ด้านปฏิบัติการสอนและมีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา
หรือผู้บริหารการศึกษา รวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
๒)
มีผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพและมีการเผยแพร่
ข้อ ๑๐ สาระความรู้และสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด
หมวด ๒
มาตรฐานการปฏิบัติงาน
ข้อ ๑๑ ผู้ประกอบวิชาชีพครู ต้องมีมาตรฐานการปฏิบัติงาน
ดังต่อไปนี้
๑)
ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเพื่อพัฒนาวิชาชีพครูให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ
๒)
ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดแก่ผู้เรียน
๓)
มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนให้เติบโตเต็มตามศักยภาพ
๔)
พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิบัติได้จริงในชั้นเรียน
๕)
พัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
๖)
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์โดยเน้น
ผลถาวรที่เกิดแก่ผู้เรียน
๗)
รายงานผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างมีระบบ
๘)
ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน
๙)
ร่วมมือกับผู้อื่นในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์
๑๐)
ร่วมมือกับผู้อื่นในชุมชนอย่างสร้างสรรค์
๑๑)
แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา
๑๒)
สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในทุกสถานการณ์
ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
และผู้บริหารการศึกษา ต้องมีมาตรฐานการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้
๑)
ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเพื่อพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาให้ก้าวหน้าอยู่
เสมอ
๒)
ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับการพัฒนาของ
ผู้เรียนบุคลากร และชุมชน
๓)
มุ่งมั่นพัฒนาผู้ร่วมงานให้สามารถปฏิบัติงานได้เต็มศักยภาพ
๔)
พัฒนาแผนงานขององค์การให้มีคุณภาพสูง สามารถปฏิบัติให้เกิดผลได้จริง
๕)
พัฒนาและใช้นวัตกรรมการบริหารจนเกิดผลงานที่มีคุณภาพสูงขึ้นเป็นลำดับ
๖)
ปฏิบัติงานขององค์การโดยเน้นผลถาวร
๗)
ดำเนินการและรายงานผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างเป็นระบบ
๘)
ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี
๙)
ร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานอื่นอย่างสร้างสรรค์
๑๐)
แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา
๑๑)
เป็นผู้นำและสร้างผู้นำทางวิชาการในหน่วยงานของตนได้
๑๒)
สร้างโอกาสในการพัฒนาได้ทุกสถานการณ์
ข้อ ๑๓ ผู้ประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์
ต้องมีมาตรฐานการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้
๑)
ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเพื่อพัฒนาการนิเทศการศึกษา เพื่อให้เกิดการพัฒน
วิชาชีพทางการศึกษาอย่างสม่ำเสมอ
๒)
ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมการนิเทศการศึกษา โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดแก่ผู้รับ
การนิเทศ
๓)
มุ่งมั่นพัฒนาผู้รับการนิเทศให้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมจนเกิดผลต่อการพัฒนา
อย่างมีคุณภาพ เต็มศักยภาพ
๔)
พัฒนาแผนการนิเทศให้มีคุณภาพสูง สามารถปฏิบัติให้เกิดผลได้จริง
๕)
พัฒนาและใช้นวัตกรรมการนิเทศการศึกษาจนเกิดผลงานที่มีคุณภาพสูงขึ้น
เป็นลำดับ
๖)
จัดกิจกรรมการนิเทศการศึกษาโดยเน้นผลถาวรที่เกิดแก่ผู้รับการนิเทศ
๗)
ดำเนินการและรายงานผลการนิเทศการศึกษาให้มีคุณภาพสูงได้อย่างเป็นระบบ
๘)
ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี
๙)
ร่วมพัฒนางานกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์
๑๐)
แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา
๑๑)
เป็นผู้นำและสร้างผู้นำทางวิชาการ
๑๒)
สร้างโอกาสในการพัฒนางานได้ทุกสถานการณ์
หมวด ๓
มาตรฐานการปฏิบัติตน
ข้อ ๑๔ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ต้องมีมาตรฐานการปฏิบัติตนตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ
หมวด ๔
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๕ ข้อบังคับนี้ไม่กระทบสิทธิและหน้าที่ของบรรดาผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ที่ใช้มาตรฐานวิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ
พ.ศ. ๒๕๔๘
ข้อ ๑๖ ให้สถาบันที่ยังปรับปรุงหลักสูตรไม่แล้วเสร็จตามข้อบังคับนี้
ยังคงใช้หลักสูตรตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘ ไปพลางก่อนทั้งนี้ ต้องไม่เกินสามปีหลังจากวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๑๗ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่ใช้มาตรฐานวิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภา
ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘ ที่ต้องการขึ้นทะเบียนขอรับใบอนุญาตให้มาขอขึ้นทะเบียนใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในห้าปีนับตั้งแต่วันที่สำเร็จการศึกษา
ผู้มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา
หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภาให้การรับรองตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
พ.ศ. ๒๕๔๘ สามารถใช้เป็นคุณวุฒิในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ภายในห้าปีนับแต่วันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ
ผู้มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบริหารการศึกษา
หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภาให้การรับรองตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
พ.ศ. ๒๕๔๘สามารถใช้เป็นคุณวุฒิในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
และผู้บริหารการศึกษาได้ภายในห้าปีนับแต่วันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ
ผู้มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโททางการศึกษา
หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภาให้การรับรองตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
พ.ศ. ๒๕๔๘ สามารถใช้เป็นคุณวุฒิในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ได้ภายในห้าปีนับแต่วันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ
ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖
ศาสตราจารย์ไพฑูรย์ สินลารัตน์
ประธานกรรมการคุรุสภา
ข้อบังคับคุรุสภา
ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ
พ.ศ. ๒๕๕๖
โดยที่เป็นการสมควรยกเลิกข้อบังคับคุรุสภา
ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) (๑๑) (จ) และมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมติคณะกรรมการคุรุสภา
ในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๕๖ วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิกาคณะกรรมการคุรุสภาจึงออกข้อบังคับคุรุสภา
ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ
พ.ศ. ๒๕๕๖”
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
พ.ศ.
๒๕๔๘
ข้อบังคับคุรุสภาฉบับใดอ้างอิงข้อบังคับคุรุสภาฉบับที่ยกเลิกแล้วตามวรรคหนึ่ง
รวมทั้งระเบียบหรือประกาศใดที่ออกภายใต้ข้อบังคับดังกล่าว ให้ถือว่าอ้างอิงข้อบังคับคุรุสภา
ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ หรือข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ
พ.ศ. ๒๕๕๖ แล้วแต่กรณี
ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้
“วิชาชีพ” หมายความว่า วิชาชีพทางการศึกษาที่ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง
ๆ รวมทั้งการรับผิดชอบการบริหารสถานศึกษาในสถานศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
และการบริหารการศึกษานอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ตลอดจนการสนับสนุนการศึกษาให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน
การนิเทศ และการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ
“ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา”
หมายความว่า ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา
และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๖
“ครู” หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริม
การเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง
ๆ ในสถานศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
“ผู้บริหารสถานศึกษา”
หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา
และสถานศึกษาอื่นที่จัดการศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
“ผู้บริหารการศึกษา”
หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
“บุคลากรทางการศึกษาอื่น”
หมายความว่า บุคคลซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการศึกษา ให้บริการ
หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน
การนิเทศ และการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ ซึ่งหน่วยงานการศึกษากำหนดตำแหน่งให้ต้องมีคุณวุฒิทางการศึกษา
“จรรยาบรรณของวิชาชีพ”
หมายความว่า มาตรฐานการปฏิบัติตนที่กำหนดขึ้นเป็นแบบแผน
ในการประพฤติตน ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องปฏิบัติตาม
เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ผู้รับบริการและสังคม
อันจะนำมาซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ
ข้อ ๕ ให้ประธานกรรมการคุรุสภารักษาการตามข้อบังคับนี้
และให้มีอำนาจออกระเบียบประกาศ หรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ รวมทั้งให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
ข้อ ๖ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ต้องประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพและแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ
หมวด ๑
จรรยาบรรณต่อตนเอง
ข้อ ๗ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพบุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ
เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ
หมวด ๒
จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
ข้อ ๘ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพและเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ
หมวด ๓
จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
ข้อ ๙ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กำลังใจแก่ศิษย์ และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า
ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์ และผู้รับบริการ
ตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข้อ ๑๑ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งทางกาย
วาจา และจิตใจ
ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกายสติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์
และผู้รับบริการ
ข้อ ๑๓ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ต้องให้บริการด้วยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม่เรียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์จากการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ
หมวด ๔
จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ
ข้อ ๑๔ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
พึงช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์
โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ
หมวด ๕
จรรยาบรรณต่อสังคม
ข้อ ๑๕ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
พึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม
ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖
ศาสตราจารย์ไพฑูรย์ สินลารัตน์
ประธานกรรมการคุรุสภา
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
คือ หลักฐานการอนุมัติให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุมตามมาตรา ๔๓ แห่ง
พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ
.๒๕๔๖ ทำให้มีสิทธิ ในการประกอบวิชาชีพ ทางการศึกษาได้ ซึ่งได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งครู
ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา
และบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา ๕๓
แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๖ ที่กำหนดให้ครู
ผู้บริหารสถานศึกษาผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น
ทั้งของรัฐและเอกชนต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ยกเว้นผู้มิได้ประกอบวิชาชีพหลักด้านการเรียนการสอน
บุคลากรทางการศึกษาที่จัดการศึกษาตามอัธยาศัย
การจัดการศึกษาในศูนย์การเรียนผู้บริหารการศึกษาในระดับอุดมศึกษาระดับปริญญา
ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมดังกล่าวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต
หรือแสดงด้วยวิธีการใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมที่จะประกอบวิชาชีพ
รวมทั้งสถานศึกษาที่รับผู้มิได้รับใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา
จะต้องได้รับโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๗๘ และ ๗๙
แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖
ผู้ที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้แก่
ผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา
ผู้บริหารการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงทั้งของรัฐและเอกชนที่จัดการศึกษาปฐมวัยการศึกษาขั้นพื้นฐานการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา
โดยจัดการศึกษา ในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน วิทยาลัย สถาบันมหาวิทยาลัย
หน่วยงานการศึกษา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือเอกชนที่มีอำนาจหน้าที่หรือมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษารวมทั้งหน่วยการศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
ดังนี้
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หมายถึง
ใบอนุญาตที่ออกให้แก่ครูซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ
ในสถานศึกษาระดับปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา
ทั้งของรัฐและเอกชน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งครูอยู่ก่อนแล้วตามพระราชบัญญัติครู
พุทธศักราช 2488 ผู้ที่ประกอบวิชาชีพครู
หรือจะประกอบวิชาชีพครูตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546
การขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
ผู้มีความประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะต้องมีคุณสมบัติ
ดังต่อไปนี้
1.คุณสมบัติ
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
- มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเท่า
หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง
- ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า
1 ปี และผ่าน
เกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด
*** ผู้มีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ.2546 สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งครูอยู่ก่อนที่พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ.2546 จะประกาศใช้
สามารถขอขึ้นทะเบียนได้เลยโดยแสดงหลักฐานการบรรจุแต่งตั้งครู คือ ก.พ.7 หรือสมุดประวัติข้าราชการ หรือสมุดประจำตัวครูเอกชน
ทั้งนี้คือเป็นครูก่อนวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2546 และไม่มีการลาออกจากการเป็นครูก่อน วันที่ 12
มิถุนายน พ.ศ.2546
*** ผู้ที่ประสงค์จะประกอบวิชาชีพครูตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ.2546 ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาอื่นๆ
มีหลักฐานในการขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้ครู ไม่เกินวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2549 คือเวลา 3
ปีหลังจากที่พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ประกาศใช้
2.ไม่มีลักษณะต้องห้าม
- เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
- เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
- เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
3.คุณสมบัติตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
มาตรฐานความรู้ มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาหรือเทียบเท่า
หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง โดยมีความรู้ ดังต่อไปนี้
1.ภาษาและเทคโนโลยีสำหรับครู
2.การพัฒนาหลักสูตร
3.การจัดการเรียนรู้
4.จิตวิทยาสำหรับครู
5.การวัดและประเมินผลการศึกษา
6.การบริหารจัดการในห้องเรียน
7.การวิจัยทางการศึกษา
8.นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
9.ความเป็นครู
มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ
โดยผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา
เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขคณะกรรมการคุรุสภากำหนด
ดังนี้
1.การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน
2.การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
หมายถึง
ใบอนุญาตที่ออกให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา
และสถานศึกษาอื่นที่จัดการศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา
ทั้งของรัฐและเอกชน เช่น ผู้ช่วยครูใหญ่ ครูใหญ่ ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ อาจารย์ใหญ่
รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา
การขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
1.คุณสมบัติ
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
- มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเท่า
หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง
- ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า
1 ปี และผ่าน
เกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด
*** ผู้มีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ.2546
สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาอยู่ก่อนที่พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ.2546 จะประกาศใช้
สามารถขอขึ้นทะเบียนได้เลยโดยแสดงหลักฐานการบรรจุแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษา คือ
ก.พ.7 หรือสมุดประวัติข้าราชการ หรือสมุดประจำตัวครูเอกชน
ทั้งนี้คือเป็นผู้บริหารสถานศึกษาก่อนวันที่ 12 มิถุนายน
พ.ศ.2546 และไม่มีการลาออกจากการเป็นผู้บริหารสถานศึกษาก่อน
วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2546
*** ผู้ที่ประสงค์จะประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ.2546 ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาอื่นๆ
มีหลักฐานในการขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
ไม่เกินวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2549
คือเวลา 3
ปีหลังจากที่พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ประกาศใช้
2.ไม่มีลักษณะต้องห้าม
-
เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
-
เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
-
เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
3.คุณสมบัติตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
มาตรฐานความรู้
มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบริหารการศึกษา หรือเทียบเท่า
หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง โดยมีความรู้ ดังต่อไปนี้
1.หลักและกระบวนการบริหารการศึกษา
2.นโยบายและการวางแผนการศึกษา
3.การบริหารด้านวิชาการ
4.การบริหารด้านธุรการ การเงิน พัสดุ และอาคารสถานที่
5.การบริหารงานบุคคล
6.การบริหารกิจการนักเรียน
7.การประกันคุณภาพการศึกษา
8.การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
9.การบริหารการประชาสัมพันธ์และความสัมพันธ์ชุมชน
10.คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา
มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ ดังนี้
1. มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ
2. มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนและต้องมีประสบการณ์ในตำแหน่งหัวหน้าหมวด
หรือหัวหน้า
สาย หรือหัวหน้างาน หรือตำแหน่งอื่นๆในสถานศึกษามาแล้ว ไม่น้อยกว่า 2 ปี
4.มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
ผู้ขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
จะต้องเป็นผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
อยู่ก่อนวันยื่นคำขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
หมายถึง ใบอนุญาตที่ออกให้แก่
ผู้บริหารการศึกษาซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
เช่น รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
การขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
1.คุณสมบัติ
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
- มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเท่า
หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง
- ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า
1 ปี และผ่าน
เกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์วิธีการ
และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภา กำหนด
*** ผู้มีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ.2546
สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาอยู่ก่อนที่พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ.2546 จะประกาศใช้
สามารถขอขึ้นทะเบียนได้เลยโดยแสดงหลักฐานการบรรจุแต่งตั้งผู้บริหารการศึกษา คือ
ก.พ.7 หรือสมุดประวัติข้าราชการ
ทั้งนี้คือเป็นผู้บริหารการศึกษาก่อนวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2546 และไม่มีการลาออกจากการเป็นผู้บริหารการศึกษาก่อน วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2546
*** ผู้ที่ประสงค์จะประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ.2546 ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาอื่นๆ
มีหลักฐานในการขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
ไม่เกินวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2549
คือเวลา 3
ปีหลังจากที่พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ประกาศใช้
2.ไม่มีลักษณะต้องห้าม
- เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
- เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
- เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
3.คุณสมบัติตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
มาตรฐานความรู้
มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบริหารการศึกษา หรือเทียบเท่า
หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง โดยมีความรู้ ดังต่อไปนี้
1.หลักและกระบวนการบริหารการศึกษา
2.นโยบายและการวางแผนการศึกษา
3.การบริหารจัดการการศึกษา
4.การบริหารทรัพยากร
5.การประกันคุณภาพการศึกษา
6.การนิเทศการศึกษา
7.การพัฒนาหลักสูตร
8.การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
9.การวิจัยทางการศึกษา
10.คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับผู้บริหารการศึกษา
มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ ดังนี้
1. มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า
8 ปี หรือ
2. มีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
หรือ
3. มีประสบการณ์ในตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
หรือ
4. มีประสบการณ์ในตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่มีประสบการณ์การบริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่ม
หรือผู้อำนวยการกลุ่ม หรือเทียบเท่า มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
หรือ
5. มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการสอนและมีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาหรือบุคลากรทางการ
ศึกษาอื่น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือ บุคลากรทางการศึกษาอื่นที่มีประสบการณ์การบริหารไม่ต่ำกว่า
หัวหน้ากลุ่ม หรือผู้อำนวยการกลุ่ม หรือเทียบเท่า รวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ปี
4.มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
ผู้ขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
จะต้องเป็นผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู อยู่ก่อนวันยื่นคำขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษาอื่น
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษาอื่น
หมายถึง ใบอนุญาตที่ออกให้แก่บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่กำหนดในกำหนดกระทรวง
ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่สนับสนุนการศึกษา
ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ
และการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่างๆ
ซึ่งหน่วยงานการศึกษากำหนดตำแหน่งให้ต้องมีคุณวุฒิทางการศึกษา โดยในปี พ.ศ.2549
กำหนดให้วิชาชีพศึกษานิเทศก์เป็นวิชาชีพควบคุม
การขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์
1.คุณสมบัติ
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
- มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเท่า
หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง
- ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า
1 ปี และผ่าน
เกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์วิธีการ
และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด
*** ผู้มีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ.2546 สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์อยู่ก่อนที่พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ.2546 จะประกาศใช้
สามารถขอขึ้นทะเบียนได้เลยโดยแสดงหลักฐานการบรรจุแต่งตั้งศึกษานิเทศก์ คือ ก.พ.7 หรือสมุดประวัติข้าราชการ ทั้งนี้คือเป็นผู้บริหารการศึกษาก่อนวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2546 และไม่มีการลาออกจากการเป็นศึกษานิเทศก์ก่อน
วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2546
*** ผู้ที่ประสงค์จะประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ.2546 ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไปในสาขาอื่นๆ
มีหลักฐานในการขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ ไม่เกินวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2549 คือเวลา 3
ปีหลังจากที่พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ประกาศใช้
2.ไม่มีลักษณะต้องห้าม
- เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
- เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
- เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
3.คุณสมบัติตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโททางการศึกษา
หรือเทียบเท่า หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง โดยมีความรู้ ดังต่อไปนี้
1. การนิเทศก์การศึกษา
2. นโยบายและการวางแผนการศึกษา
3. การพัฒนาหลักสูตรและการสอน
4. การประกันคุณภาพการศึกษา
5. การบริหารจัดการการศึกษา
6. การวิจัยทางการศึกษา
7. กลวิธีการถ่ายทอดความรู้
แนวคิด ทฤษฎี และผลงานทางวิชาการ
8. การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
9. คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ ดังนี้
1. มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5
ปี หรือมีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนและมีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา
หรือ ผู้บริหารการศึกษารวมกันแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
4.มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
ผู้ขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์
จะต้องเป็นผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
อยู่ก่อนวันยื่นคำขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น